2017 in Review

ปกติเป็นธรรมเนียมของบล็อกนี้ที่จะต้องเขียนเรื่องเกี่ยวกับปีที่ผ่านมา แล้วตั้งให้โพสต์ตอนปีใหม่ (0:00) ซึ่งเคยทำพังไปแล้วสองครั้ง (ตอน 2015 ก็ต้องย้อนสองปี) พอปีนี้ก็อยากจะเขียนใหม่ดูแต่ก็ขี้เกียจเกินกว่าจะเขียนให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันปีใหม่

เอาวะ ไม่เป็นไร ตอนที่พิมพ์อยู่นี่ก็ยังไม่พ้นวันที่ 1 มาเขียนลงในนี้ก็ได้ แต่รอบนี้พูดแค่ 2017 ปีเดียวนะ (2016 ยากเกินละ)

ถ้าพูดให้เวอร์หน่อย จะบอกว่า 2017 เป็นปีที่เปลี่ยนชีวิตก็ได้ เป็นปีที่ได้ทำอะไรเป็นอย่างแรกเยอะมาก ๆ แล้วก็ไม่เสียดายเลยที่ได้ทำ

สิ่งที่คิดออกอย่างแรกคือลดความอ้วนเป็นครั้งแรก จริง ๆ ทั้งชีวิตไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่มาสนใจจะลดความอ้วนแบบจริง ๆ จัง ๆ พอได้ทำจริง ๆ แล้วก็ เออ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ มันแค่ต้องมีวินัย ถ้าจะไม่กินอะไรก็คือไม่กินจริง ๆ ถ้าจะออกกำลังกายก็ต้องทำให้สม่ำเสมอ ทำแค่ 2-3 เดือนจริง ๆ ก็เห็นผลแล้ว เราผอมลงเยอะ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าสมัยที่ตัวเองอ้วนมันน่าเกลียดหรืออะไร แต่พอย้อนกลับไปดูแล้วเทียบกับตอนนี้ ก็รู้สึกว่าไม่อยากกลับไปเป็นแบบนั้นอีกแน่ ๆ เหมือนกัน

ต่อมาก็คงเป็นการได้ไปฝึกงานครั้งแรก จริง ๆ ในหัวไม่เคยคิดอยากจะฝึกงานมาก่อน และคนในชีวิตก็มีทั้งคนที่อยากให้ฝึกและไม่อยากให้ฝึก แต่เดิมส่วนตัวก็ไม่ได้อยากไปฝึกเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็อยากจะก้าวออกจาก comfort zone บ้าง ตัดสินใจสมัครไปแบบงง ๆ แล้วก็ได้แบบงง ๆ ที่ Teach For Thailand

ถ้าให้พูดเกี่ยวกับการฝึกงานจริง ๆ ก็คือ ไปฝึกที่นี่น่ะเราไม่ได้มีอุดมการณ์ช่วยชาติอะไรหรอก เราแค่รู้สึกว่ามันประกอบ CV แล้วเท่ดี แต่พอได้ไปสัมผัสจริง ๆ ได้รู้จริง ๆ ว่าวิธีการของ TFT คืออะไร  ที่สำคัญคือเราได้เห็นว่าปัญหาที่เราคิดว่าเป็นปัญหาของการศึกษาไทย จริง ๆ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมากเลย และมีด้านมุมอีกมหาศาลที่เราไม่เคยรู้มาก่อน สัปดาห์แรก ๆ เราได้รับงานให้ไปตระเวนไปตามโรงเรียนหลายโรงเรียนที่มีครู TFT อยู่ เดินทางเยอะและเหนื่อยมาก ๆ แต่ก็คุ้มมากเช่นกัน เราได้เห็นตั้งแต่โรงเรียนที่ห้องเรียนไม่พอ ต้องมาเรียนใต้อาคาร ตากแดด หรือเรียนในที่น้ำท่วมถึง โรงเรียนที่คนรวยได้เรียนตึกดี คนจนได้เรียนตึกห่วยพื้นทะลุ โรงเรียนที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตั้งอยู่ระหว่างสองห้าง มีทุกอย่างพร้อม (พร้อมกว่าโรงเรียนสาธิตฯ ปทุมวันที่เราจบอีก) แต่เพราะการบริหารทำให้ทุกอย่างพังหมด เด็กส่วนใหญ่ความรู้ก็ต่ำเกณฑ์ ได้รู้ว่าในเมืองไทย ยังมีเด็กมัธยมที่ไม่รู้ ABC ก-ฮ อยู่มากแค่ไหน ได้รู้อีกหลาย ๆ อย่างที่จริง ๆ ก็อาจจะเคยคิดถึงมาก่อน แต่มันต่างมากกับการได้ไปสัมผัสจริง ๆ

ปี 2017 ได้รับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ครั้งแรกด้วย อันนี้ก็เหนือคาดอีกเหมือนกัน เพราะได้ทำงาน CU Expo แล้วได้ประจำห้องของชมรมภาษาศาสตร์ น่าเสียดายห้องมันไม่ค่อยน่าสนใจ เลยไม่ได้ออกข่าวในพระราชสำนักเลย 5555 ยังไงก็เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำไว้อย่างหนึ่ง

ในงานเดียวกันก็ได้ลองจัดงานนกยูง เป็นงานประชุมวิชาการฯ ระดับปริญญาตรี ก็งู ๆ ปลา ๆ ทำดีบ้างไม่ดีบ้าง แต่ก็ผ่านมาได้ เป็นทั้งคนจัดและคนเสนอ ปีนี้ก็ว่าจะจัดอีก

ปี 2017 เป็นปีแรกที่ได้ทำงานคณะจริง ๆ จัง ๆ เป็นประธานวิชาการ จากที่แทบไม่ได้ทำอะไรเลยก็ได้ขึ้นมานำคน ก็เป็นผลจากการพยายามออกจาก comfort zone เหมือนกัน  ได้ทำงานแง้มประตูดูอักษรฯ ซึ่งก็ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี รู้สึกดีมาก ๆ ที่คนในฝ่ายตั้งใจทำงานและทำงานได้ดี ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีเท่าไหร่ ช่วยคนอื่นก็ไม่ได้ช่วยมาก เพราะมัวแต่ยุ่ง ๆ กับเรื่องของตัวเอง แต่หลังจากผ่านไปเทอมนึงก็คิดว่าน่าจะทำได้ดีขึ้นแล้ว

ปีที่ผ่านมา เทอมสองนี่ก็รู้ตัวว่าจัดการไม่ดีเท่าไหร่ ก็เพราะหลาย ๆ เหตุผล เลือกวางแผนเรียนวิชาไม่ดี สถานการณ์แวดล้อมลำบาก ทุกอย่างเข้ามาพร้อมกันไปหมด ฯลฯ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะนิสัยไม่ดีของเราหลายอย่างด้วย ยังไงสุดท้ายก็รอดมาได้ ปีนี้ เทอมหน้า ก็คงทำอะไรได้ดีมากขึ้น

อย่างอื่นที่คิดออกก็มี ได้นำเสนอผลงานวิชาการระดับอินเตอร์ครั้งแรก ได้มี instagram ครั้งแรก ลองเลือกเสื้อผ้าเองครั้งแรก ทำอะไรอีกหลาย ๆ อย่างครั้งแรก

เรื่องที่ทำให้ชีวิตมีอะไรมากที่สุดในปีคงเป็นเรื่อง relationship น่ะแหละ เริ่มตั้งแต่ต้นปียันปลายปี ก็ผ่านมาพอสมควรเหมือนกัน ถ้าเขียนออกมาก็คงยาวมาก แต่ไม่เขียนออกมาหรอก มันส่วนตัวไปหน่อย แต่ยังไงสุดท้ายเราก็มาอยู่ในตำแหน่งที่เราดีใจมาก ๆ ที่ได้มาอยู่ ตอนนี้ก็คงไม่ได้มีอะไรจะเขียนลงตรงนี้มากนอกจากขอบคุณ ขอบคุณเพื่อนที่ให้คำปรึกษา เพื่อนสนิทที่ไม่หายไปไหน และแน่นอนว่าต้องขอบคุณคนที่ทำให้มีหลาย ๆ ครั้งแรกข้างบนนั่น สำหรับการท้าทาย (intended or not 555) การรับฟัง กำลังใจ และการเลือกกลับมา

ขอให้ปี 2018 เป็นปีที่ดีมาก ๆ สำหรับเราและทุกคน