ทำไมถึงไม่เชื่อ

คัดลอกและจัดให้เป็นหลายย่อหน้า จากการบ้านวิชามนุษย์และศาสนา คณะอักษรศาสตร์ คำสั่งคือ “ให้เขียนประสบการณ์ (ุถ้ามี) และ/หรือเหตุผลที่ทำให้เชื่อ และ/หรือไม่เชื่อในพระเจ้าหนึ่งย่อหน้า”

เหตุผลและประสบการณ์ที่ทำให้ผมไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่

อันที่จริงแล้ว ตลอดมาที่ผมไม่เชื่อการมีอยู่ของพระเจ้านั้น เหตุผลหลักคือ ในปัจจุบันนี้ เมื่อไม่เชื่อในพระเจ้าแล้ว ผมก็จะสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายกว่ากับความไม่เชื่อ หากผมเชื่อในพระเจ้า ก็จะต้องเผชิญกับคำถามมากมายจากคนที่ไม่เชื่อถึงการมีอยู่ เช่น หากพระเจ้ามีจริงแล้ว ทำไมถึงไม่สร้างให้มนุษย์เป็นคนดีทุกคน หรือทำไมพระเจ้าถึงไม่ช่วยมนุษย์เมื่อประสบความลำบาก และเพื่อให้ความเชื่อของผมไม่สั่นคลอน ผมก็จำเป็นต้องค้นหาคำตอบพร้อมทั้งเหตุผลที่น่าพึงพอใจมาให้คนเหล่านั้น ในขณะที่ถ้าผมไม่เชื่อ ผมไม่มีความจำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้เลย

ในยุคปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์เฟื่องฟูอย่างยิ่ง ปรากฏการณ์ที่เคยใช้พระเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการอธิบายมาก่อนก็สามารถอธิบายใหม่โดยไม่อาศัยอำนาจเหนือธรรมชาติได้แล้ว แม้จะไม่ได้ปักใจเชื่อ แต่ผมก็ค่อนข้างจะพึงพอใจกับคำตอบที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยากนักดังกล่าว แม้จะมีบางเรื่องที่เกินขอบเขตของวิทยาศาสตร์จะอธิบายได้ ผมก็เห็นว่าเรื่องเหล่านั้นไม่ได้เป็นสาระมากมาย หรือเกี่ยวข้องกับชีวิตอย่างมากแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม นอกจากเหตุผลที่อาจเรียกได้ว่ามักง่ายนี้แล้ว เมื่อได้นึกย้อนไป ประสบการณ์หลายครั้งในชีวิตก็ได้มีส่วนสร้างให้ผมเป็นผู้ที่ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่ด้วย เช่น การทำข้อสอบได้คะแนนดี ในแต่ละครั้งที่ผมทำได้คะแนนดีนั้น ก็ล้วนแต่เกิดจากการทบทนความรู้อย่างจริงจังทั้งสิ้น แม้จะมีบางครั้งที่อาจได้คะแนนค่อนข้างดีโดยมิได้ทบทวนไปอย่างมากมาย แต่ก็จะไม่เป็นเลิศ และจะเป็นเนื้อหารายวิชาที่มีความรู้อยู่แล้วพอสมควร

กรณีที่ผมเห็นว่าเป็นตัวอย่างได้ดีมากคือ เมื่อผมสอบวิชาภาษาบาลีเพื่อเข้าคณะอักษรศาสตร์ ผมท่องไวยากรณ์และคำศัพท์ภาษาบาลีไปอย่างมากชนิดที่ไม่เคยทำกับวิชาอื่นมาก่อน แม้จะเป็นเวลาสั้น ๆ แต่ผมก็สามารถทำคะแนนดีขึ้นมาได้ ความพยายามและแรงผลักดัน รวมไปถึงความสำเร็จในการสอบเข้านี้เกิดจากความต้องการในการเข้าคณะอักษรศาสตร์ของผมเอง

ผมไม่คิดว่าได้รับความรู้สึกและความสำเร็จเหล่านี้มาจากพระเจ้า หรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ปรากฏแก่ผมว่ามาจากพระเจ้าแต่อย่างใด เหตุการณ์เช่นนี้ หากเกิดจากการลิขิตของพระเจ้าแล้ว สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องน่าเศร้านัก เพราะนั่นหมายความว่าความสามารถหรือความต้องการของผมเองไม่ได้มีส่วนในชีวิตผม หรือถ้ามีก็ไม่ได้มากเท่ากับความปรารถนาของพระเจ้าเลย

ผมเลือกที่จะเชื่อว่าพระเจ้านั้นไม่มีอยู่จริงจะดีกว่า ผมจะได้ภาคภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองขวนขวาย ลิขิตชีวิตโดยที่ไม่ได้มีใครมาช่วยหรือกำหนดทางให้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องนั่งตอบคำถามให้ตนเองไม่สบายใจแต่อย่างใด

(การบ้านจบตรงนี้)

จริง ๆ หลังจากเข้าอักษรฯ แล้วมุมมองต่อศาสนาก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย ดังนั้นโพสต์เก่า ๆ อย่าง “ศาสนา” ก็อาจจะไม่ได้ตรงกับมุมมองปัจจุบันของเราแล้ว ว่าง ๆ อาจจะเขียนโพสต์ใหม่

จริง ๆ ไม่ใช่แค่ศาสนาหรอก แต่เรื่องอื่นด้วย มุมมองที่เคยเขียนไว้อาจจะเปลี่ยนอีก ก็อาจจะเขียนเป็นชุด Viewpoint Reviewed อะไรงี้ ทำให้รู้ว่าเออ แต่ก่อนเราคิดยังไง แล้วเดี๋ยวนี้เราคิดยังไง ได้เห็นความคิดของตัวเองที่เปลี่ยนแปลง ที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าดีขึ้นหรือแย่ลง 5555

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *