แก่นแท้

คราวก่อนก็วัดไตรมิตร คราวนี้ก็วัดพนัญเชิง จนตอนนี้สับสนแล้วว่าที่บกพร่องคือทัศนคติของเรา หรือพุทธศาสนามันมีปัญหาจริงๆกันแน่ ?

เราเรียนพุทธศาสนา เรารู้ว่าพุทธศาสนาไม่ได้เน้นพิธีกรรม ไม่เน้นให้คนงมงาย ถึงกับเรียกพุทธศาสนาว่า “ศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์มากที่สุด” แต่นับวัน พอผมยิ่งไปวัดหลากที่ (และมักจะเป็นวัดดังๆ) ผมพบว่ามันงมงายขึ้นทุกวัน

ยกตัวอย่างที่เกริ่นไปตอนแรกคือวัดไตรมิตร ทีแรกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าไรนัก เห็นว่ามีพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ไป ก็ไหว้ ก็ทำกิจกรรมชาวพุทธปกติ พอจะออกจากวัดมีการแจกหนังสือสวดมนต์ เนื้อหาด้านในแค่คำนำก็เริ่มพูดเกี่ยวกับวัตถุมงคล ทำโน่นทำนี่ได้ มีเรื่องเกี่ยวกับการสนทนาของพระกับคนที่มีความรู้คนหนึ่ง ซึ่งตอนหลังกลายเป็นพวกบ้าไสยศาสตร์ไปอีัก ไม่ได้อยากจะว่าพระเท่าไรนักแต่สิ่งที่เขียนไว้ไม่ทำให้ผมเลื่อมใสเลย

มาวันนี้ผมไปวัดพนัญเชิง ก็ไป ก็ไปไหว้หลวงพ่อโต นี่ก็โตสมชื่อจริงๆเพราะองค์ใหญ่มาก ตั้งแต่เข้าไปก็รู้สึกแปลกๆแล้ว มีเปิดเพลง มีอะไรหลายๆอย่าง แต่ก็ยังไม่เท่าไรเพราะวัดบางวัดเดี๋ยวนี้ก็เป็นอย่างนี้ ไหว้พระเสร็จเดินเข้าไปจะไปกราบหลวงพ่อโต เอาแล้วไง นี่ัมันการไหว้พระหรืองานเลี้ยง ? มีอะไรเอิกเกริกไปหมด รับผ้ามาคลุมหัว ฯลฯ พอเห็นถึงจุดนี้แล้วรู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที เราหวังอะไรอยู่จากการกราบไหว้พระ เฮงๆๆ รวยๆๆ เฮงๆรวยๆ โชคดีๆ ตะโกนกันเอิกเกริกมาก

ผมเคยดูวู้ดดี้เกิดมาคุยตอนสัมภาษณ์ท่านว.วชิรเมธี ท่าน ว. บอกว่า “ไหว้พระไม่ได้ให้ขอ” ใช่ เราไม่ได้ไหว้พระเพื่อขอหวย ไม่ได้ไหว้พระเ่พื่อขอความรวย ความโชคดี ฯลฯ ถ้าโชคมันจะดีก็เพราะเราทำดี แค่นั้น เราไหว้พระเพื่อให้จิตใจสงบ เพิ่มความศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เรายึดติดกับวัตถุและัพิธีกรรมมากจนลืมแก่นแท้แล้วหรือ ?

ทั้งหมดนี้ทำให้ผมนึกถึงเรื่องสั้นของวินทร์ เลียววาริณที่ผมเคยอ่านใน อาเพศกำสรวล ก็คือเรื่อง โลกีย-นิพพาน ถึงเหล่านี้จะไม่ได้ปรากฏเด่นชัดขนาดนั้น แต่ผมกับรู้สึกคล้ายตัวเอกที่รับไม่ได้กับวัตถุและไสยศาสตร์ที่มีมาประกอบพุทธศาสนามากเกินไป

จริงอยู่ ในพระไตรปิฎกมีพูดปาฏิำหาริย์โน้นปาฏิหาริย์นี้ ยมกปาฏิหาิริย์ที่พระพุทธเจ้าใช้ได้ ความสามารถของพระอรหันต์ที่เหาะได้ เวลาเดินทางก็สามารถบินได้ พระโมคคัลลานะก่อนจะนิพพานก็สามารถต่อกระดูกมาลาพระพุทธเจ้าได้ พระพุทธเจ้าสามารถเปล่งรัศมีได้หลายกิโลเมตร เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อเกิดเดินได้เจ็ดก้าวมีดอกบัวรองรับชี้นิ้วขึ้นแล้วเปล่งวาจา ฯลฯ

เหล่านี้อาจถูกเพิ่มมาทีหลังก็ได้ (ตามความเห็นของพ่อผม) อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ประเด็นเลย สิ่งที่เราควรสนใจคือคำสั่งสอนที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้กว่า 2500 ปีก่อนนั้นต่างหาก การประยุกต์ใช้สิ่งเหล่านั้นต่างหาก หรือการบำเพ็ญเพื่อเข้าถึงสุขสูงที่สุดในชีวิตต่างหากถือเป็นเรื่องสำคัญ

ผมอาจจะมองผิดมุมก็ได้ เหล่านี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว แต่แน่นอนว่าความคิดนี้ไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงง่ายๆอย่างแน่นอน

One thought on “แก่นแท้

  1. เรามองกันแค่เปลือกภายนอก รูปแบบ พิธีกรรม แต่ไม่มองหาหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *