เขาชนไก่ปี 2 for Dummies

(ตั้งชื่อเลียนแบบคนแถวนี้นั่นเอง — โพสต์นี้อาจมีการใช้คำหยาบโดยไม่มีการเซ็นเซอร์ โปรดใช้วิจารณญาณให้การอ่าน)

ไปเขาชนไก่มาครับ (อยู่ปี 2 นะ) ถ้าให้สรุปสั้นๆคือไม่มีไรเลย มีแค่ “หมอบ แดก หมอบ ฝึก หมอบ นอน” แต่ถ้าเอาแบบละเอียด (พร้อมคำแนะนำ) ก็อ่านต่อไปครับ

ก่อนไปเนี่ย ผมอ่านรีวิวและสปอยล์เขาชนไก่ไปหลายเจ้าอยู่ครับ สิ่งที่เจอก็เลยเฉยๆ (ที่เขียนอยู่นี่ก็นับเป็น สปอยล์ อย่างหนึ่งนะ) ไม่มีภาพนะครับเพราะมือถือไม่มีกล้อง ใครใจดีบริจาค Smartphone ได้ครับ

ก่อนอื่นเรื่องเตรียมตัวก่อนแล้วกันครับ

การเตรียมตัว

คือใบที่ผมได้มาเนี่ย ลิสต์ของมีมหาศาลเลยครับที่ต้องใช้ แต่เอาเข้าจริงมีนิดเดียวครับที่ต้องใช้ เพื่อนผมคนหนึ่งเอาของไปน้ำหนักน้อยกว่ากระเป๋านักเรียนอีก บอกเลยครับว่า ยิ่งเบายิ่งดี (เนื่องจากหลายเหตุผล อาทิ ท่าทำโทษแบบ “ท่ายาก” ใช้กระเป๋าช่วย) ไม่ต้องกลัวของขาดเพราะไปซื้อเอาที่สวนเจ้าเชตุตอนเช้าวันไปได้ครับถ้าสุดวิสัยจริงๆ

ของที่ควรเอาไป (หรือไม่ควรเอาไปบางข้อ)

  1. เครื่องสนาม 5 ชิ้น (เป้สนาม, สายโยงบ่า, กระติกน้ำ, เข็มขัดสนาม, ผ้าปูรองนอน)
  2. ชุดฝึก 1-2 ชุด ตามต้องการ ถ้าอยากเปลี่ยนวันสุดท้ายก็เอา แต่วันสุดท้ายก็เปื้อนอยู่ดีนะ
  3. ชุดเขียวใส่ข้างใน ไม่เกิน 2 ชุด เอาไปมากกว่านี้หนักเปล่าๆ จริงๆไม่ต้องเอาไปเลยก็ได้เพราะเดี๋ยวจะโดนบังคับซื้อพร้อมผ้าพันคอรวม 100 บาท
  4. กางเกงใน เอาไปแค่ 2-3 ตัวพอ เชื่อผมเถอะเอาไปมากกว่านี้ก็เท่านั้น ไม่มีเวลาเปลี่ยน
  5. กางเกงกีฬาชาสั้น ไม่ได้ใช้ ไม่ต้องเอาไปก็ได้ครับ
  6. ถุงเท้า เอาไปแบบหนา่ 1-2 คู่ ผมเปลี่ยนจริงแค่ครั้งเดียว
  7. ผ้าอนามัย หลายๆรุ่นบอกว่าเอาไปรองเท้า สบาย สปอยล์บางที่บอกว่ายึด (ซึ่งผมไม่โดนนะ) ผมเอาไปแล้วไม่ได้ใช้ครับ แนะนำเป็นพื้นรองเท้าแบบที่ค่อนข้างหนาและนิ่มจะดีกว่ามาก
  8. เงิน 600+ บาท ไว้ซื้อของกิน ของใช้ บลาๆ ดูเยอะแต่ใช้หมดอย่างรวดเร็วครับ (หรือกูกินเยอะเกินไปวะ…) ถ้าให้ง่ายเอาไปเป็นแบงก์ 20 เยอะๆเลย ส่วนตัวผมเอาไป 25 ใบ
  9. ทิชชู่เปียก (Baby Wipe) ห่อเล็กห่อเดียวก็อยู่แล้วครับ มีขายแบบโก่งราคาที่สวนเจ้าเชตุ 20 บาท เอาไว้เช็ดตัวถ้าไม่อยากอาบน้ำ แต่เชื่อผมเถอะว่าวันที่สองคุณต้องอาบแน่ๆ
  10. ทิชชู่แห้ง คนอื่นไม่แนะนำแต่ผมแนะนำครับ เพราะผมรู้สึกว่าถ้าเอาไปน่าจะมีโอกาสได้ใช้แน่ๆ ไม่ต้องเยอะมากสัก 1 ม้วน
  11. ยาทากันยุง ยาฉีดกันยุง ไปซื้อเอาที่เขาชนไก่ก็ได้ครับเป็นแบบทา
  12. ไฟฉาย โคตรสำคัญครับก่อนที่คุณจะเป็นง่อยตอนตกดึก มีขายที่สวนเจ้าเชตุและเขาชนไ้ก่เช่นกัน
  13. ถุงนอน จริงๆไ่ม่ต้องใช้ก็ได้แต่ถ้าอยากนอนนิ่มๆก็แนะนำครับ ใช้ปูนอน+ห่มนิดหน่อยเฉยๆนะไม่ได้ซุก เพราะตอนนอนเชื่อว่าคงไม่มีโอกาสถอดรองเท้ากัน แนะนำถุงนอนทหารแบบที่มีช่องสอดเชือกกับเป้สนามเพื่อความง่ายในการพกพา ถ้าจำไม่ผิดมีขายที่สวนเจ้าเชตุ
  14. ชุดอุ่นๆไว้ใส่ตอนนอน ผมใช้เสื้อ Adidas ที่ได้มาจากตอนชนะเลิศ PHP มันอุ่นดีครับ ส่วนตัวผมว่าชุดดีกว่าใช้ผ้าห่มนะ
  15. ของใช้ทั่วไปอื่นๆที่สำคัญ เ่ช่น ผ้าขนหนู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ขันน้ำ เอาไปเท่าที่จำเป็น ช้อนแนะนำว่าเป็นช้อนพลาสติกใช้แล้วทิ้งมัดๆมาก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ช้อนเหล็กแล้วก็ลุยมันทุกมื้อ ย้ำอีกทีว่ากระเป๋ายิ่งเบายิ่งดี

ต่อจากนี้ก็จะเล่าประสบการณ์เลยแล้วกันครับ (โอย พิมพ์เมื่อวุ้ย)

วันที่ 1 (ยาวหน่อยเพราะมีขยายความเยอะเผื่อวันอื่นครับ 555)

ผมออกจากบ้านประมาณตีสี่ครึ่งครับ ไปถึงที่สวนเจ้าเชตุราวๆตีห้า แนะนำไปเดินดูของขายก่อนเลย จะมีครูฝึกพยายามจะขายสมุดเล่มเล็ก ซื้อๆไปเถอะครับ 5 บาท (แต่ความจริงเขาก็ไม่ตรวจครับ แม้ว่าจะพยายามขายอีกรอบตอนถึงที่) ปากกาก็ควรจะมีหน่อย แม้ว่าจะใช้ครั้งเดียวตอนเซ็นชื่อที่ไม่ได้เป็นหัวหน้ากองร้อย / กองพัน

ตอนไปเพื่อนบางคนของคุณอาจจะกรอกน้ำใส่กระติกมาแล้วบ้าง บางคนก็คาดสายโยงบ่าคล้องเข็มขัดสนามมาพร้อมเสร็จสรรพแล้ว ผมแนะนำว่าไม่ต้องทำอะไรพวกนั้นเลยครับมันหนัก วันแรกแทบไม่มีความจำเป็นต้องใช้ด้วย ไว้ว่างเมื่อไรค่อยทำก็ได้ครับ

เสร็จแล้วก็รวมพลครับ ก็นั่งตามแถวฟังเค้าบ่นไป จะมีเครื่องสแกนอุณหภูมิก็ให้เค้าสแกนไปครับมันทำเป็นพิธีไปงั้นเอง จากนั้นก็ฟังบ่นนิดหน่อยแล้วก็ขึ้นรถครับ ถ้าโชคดีเหมือนผมขาไปก็จะได้รถแอร์ครับ หลับไปเลยครับบนรถเพราะมันนานมาก

ต่อมาก็ไปถึงวัดป่าเลไลยก์ตอนสายๆ (จำเวลาแต่ตอนไม่ได้) เค้าจะให้แวะซื้่อของกิน บอกก่อนเลยครับว่าไก่ย่างหวานมากๆ ส่วนของทอดก็กินไปเถอะครับใช้ได้ น้ำก็กินตามอัธยาศัยครับ เข้าห้องน้ำซะนะครับเพราะโอกาสข้างหน้าค่อนข้างจะริบหรี่ ถึงแม้มันจะดูไม่ค่อยเหมือนห้องน้ำสักเท่าไรก็ตาม เวลาก็น้อย เสร็จแล้วก็จะมีรวมพล เริ่มพิธีเปิดฟังการบ่นของครู แล้วเขาจะปล่อยไปสอยอาหารอีกครั้งก่อนจะกลับไปขึ้นรถ

พอขึ้นรถแล้วก็ไปจอดตรงที่พักครับ ผมพักกองพัน 21 ไม่แน่ใจว่านอกจาก 21 กับ 22 แล้วจะมีที่อื่นอีกไหม หลังจากลงก็จะมีการจัดหมวดจัดหมู่ ก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆครับ ตรงจุดนี้คุณจะได้สัมผัสกับความอบอุ่น (?) ของไอแดดเขาชนไก่อันเร่าร้อนดังวัยรุ่นและฝุ่นพาสเจอร์ไรซ์ในตำนานครั้งแรกครับ ทนไปนะครับเพราะต้องอยู่อีกสองวัน ตรงนี้คุณจะได้แบกของอยู่หลายครั้งครับ ถ้ากระเป๋าเบาก็สบาย จากนั้นถ้าจำไม่ผิดครูฝึกจะชี้แจง บ่นๆๆๆ แล้วก็ปล่อยให้ไปกินข้าว

วิธีการกินข้าวของที่นี่ (ทุกมื้อเหมือนกันหมด) คือให้หัวหน้าหมวด/กองร้อย ไปตักข้าวครับ เราก็ถือถาดอันมันวาวเพราะการล้างไม่สะอาดไปรับข้าวครับ มื้อแรกของผมคือแกงเขียวหวานแบบไม่มีนมไม่มีกะทิ กับผัดผัก รสชาติก็กินได้ครับกินๆ เข้าไปเถอะ กินเสร็จแล้วการล้างถาดจะเป็นจุ่มๆครับ มีจุ่มน้ำเปล่าๆ น้ำซันไลต์ อยู่ประมาณสองรอบมั้ง มีแปรงขัดส้วมให้ขัดถาดด้วยถ้าอยากทำครับ แล้วสุดท้ายจะปิดด้วยน้ำร้อน ช้อนก็ต้องล้างเองนะครับ ส่วนตัวผมไม่จุ่มช้อนในไหนเลยยกเว้นน้ำร้อน อย่าลืมนะครับ ช้อนติดตัวไว้เสมอ ไปไหนไปด้วยครับ

ผมไม่แน่ใจว่าใจว่าหลังทานข้าวจะปล่อยให้ไปร้านค้าไหม รู้สึกว่าจะปล่อยครับ ร้านค้าที่นี่มีร้านอาหาร ได้แก่ร้านของทอด-ไก่ย่าง ร้านข้าวมันไก่ทอด ร้านข้าวไก่ย่าง-ไก่ทอด และร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านน้ำ มีน้ำหลักๆคือ EST, EST น้ำแดง, ไวตามิลค์, น้ำเปล่าเย็น, กรีนสปอต (น่าจะมี Sponsor ด้วย) แล้วก็ร้านขายขนม พวกขาไก่กรังๆ กับอะไรอีกนิดหน่อยๆ และร้านขายอุปกรณ์ มีหมวกขาย ผ้าพันคอขาย (ยังไม่ต้องซื้อนะครับเดี๋ยวมีบังคับซื้อ) ไม่มีหัวเข็มขัด เพื่อนบอกว่าจำได้ร้านอาหารยังเปิด ตรงนี้ก็สอยสมุด 5 บาทกับปากกาซะนะครับถ้ายังไม่มี

หลังจากนั้นครูฝึกก็ให้แบ่งเต็นท์ครับ ตรงนี้เห็นหลายคนอาจจะสงสัยว่าจับคู่กันเองได้ไหม คำตอบคือได้ครับ แต่ไม่ใช่ตอนแบ่ง เค้่าแบ่งให้ยังไงก็เอาแบบนั้นไปก่อนครับ ช่วงพักตอนไหนมีโอกาสแลกคู่ก็แลกไปเรื่อยครับ (สุดท้ายก็ย้ายกันหมดอยู่ดีครับเชื่อผม) ถ้าย้ายข้ามหมวดหรือข้ามกองร้อยอาจจะลำบากสักหน่อยครับ ย้ายกันในหมู่นี่ชิวมาก

เสร็จแล้วก็ได้เริ่มสัมผัสบรรยายกาศการฝึกครับ เดินชมวิวแบบชิวๆ ผ่านโครงการปากน้ำรัก (?) ไปรวมพลอีกที่ฟังทหารบ่นๆๆ แล้วก็จะมีฝึก 3 สถานีครับ นั่นคือ สถานีการพราง ก็คือต้องพรางหน้านั่นเอง ทหารก็บ่นครับ ฟังบ่นจบก็พรางหน้า ถ้าโชคร้ายก็โดนครูเล่นจนร็อคครับ สถานีขุดดิน ถ้าจำไม่ผิดผมโดนทำโทษสั่งหมอบครับ ชอบมาก จะให้เราขุดดินทำหลุมเป็นป้อมหรืออะไรเนี่ยแหละครับก็ฟังเขาบ่นไป ถ้าซวยก็ขุดดิน ถ้าโชคดีก็ไม่ต้อง สุดท้ายเป็นสถานีสร้างที่พักครับ ก็ฟังเขาบ่นไป ถ้าโชคร้ายก็นั่นอีกละครับต้องไปลองปฏิบัติจริง

จากนั้นก็พักครับ จะพบกับ “จุดบริการความสดชื่น” ครั้งแรกครับ ครับ…มันคือร้านขายน้ำนั่นเอง พบเห็นได้ทั่วไปตามสถานีฝึกต่างๆครับ อยากสอยอะไรก็สอยครับ 

จากนั้นเป็นรวมพลอีกรอบและกลับกองพัน กลับไปถึงก็ไม่มีอะไรมากครับ ฝึกของวันนี้จบแล้ว ก็จะเป็นฟังทหารบ่นอะเกน เสร็จแล้วก็ไปกินข้าว เปิดโอกาสให้ไปร้านค้า เข้าที่พัก ทำธุระส่วนตัว (ตรงนี้จำรายละเอียดไม่ได้มากเท่าไร) อยากอาบน้ำก็อาบครับแต่ผมไม่อาบเพราะไม่ได้เละอะไรมากใช้ Baby Wipe อย่างเดียว รู้สึกจะมีเรียกรวมอีกครั้งมั้งจำไม่ค่อยได้ สปอยล์ที่เคยอ่านบอกว่าก่อนนอนจะมีให้สวดมนต์แต่ผมไม่โดน เสร็จแล้วก็จบครับ จัดของในเต็นท์ให้เป็นระเบียบ (หยิบง่าย หาง่าย) แล้วนอน

นอนคือนอนจริงๆนะครับ ไม่นอนอาจจะโดนทำโทษหลากหลายแบบได้ เอ้อ แต่บางคนไม่ได้นอนนะครับซวยโดนจับขึ้นมาเข้าเวร จัดการตัวเองก่อนเข้านอนให้เรียบร้อยอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ ผมไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยครับใส่ชุดครึ่งท่อน สวม Adidas ทับแล้วนอน คอมแบ็ตไม่ต้องถอดครับใส่ไว้งั้นแหละยื่นออกมานอกเต็นท์ เต็นท์มันเล็กมากครับดังนั้นนอนประหยัดที่นิดนึง ตอนหัวค่ำจะเป็นอะไรที่ร้อนมากครับ แต่ตอนก่อนรุ่งเช้านี่บอกได้อย่างเดียวว่าหนาวยะเยือก

เอ้อ อย่าลืมทายากันยุงก่อนนอนนะครับ ถึงยุงจะไม่มากแต่ก็มีโอกาสเข้ามาได้ สำรวจเต็นท์ดีๆก่อนด้วยว่ามีตัวอะไรประหลาด (เช่น ตะขาบ ฯลฯ) รึเปล่าก่อนนอน ตรงนี้ไฟฉายจะมีบทบาทมากครับ อย่าทำหายหรือพังเชียวไม่งั้นจะลำบากเหมือนผมนั่นเอง

วันที่ 2

วันนี้เร้าใจที่สุดครับ จะมีเสียงนกหวีดปลุกตี 5 เตรียมตัวภายใน 20 นาที แต่งตัวทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนเรียกรวมครับ ทำอะไรให้ฉับไวโคตรๆเลยนะครับ ติดตั้งเครื่องสนามให้เรียบร้อยด้วย รวมเสร็จก็ฟังทหารบ่นครับ ถ้าโชคดีก็ไม่ทำโทษ โชคร้ายก็หมอบกันไปวันๆ เสร็จแล้วก็จะเป็นทานเข้าเช้ากับพักเข้าร้านค้านิดๆหน่อยๆมั้งครับ ตอนนี้ร้านอาหารเปิดแล้วไปลองชิมดูกันได้ ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรมากหรอกครับ

พอถึงช่วงต่อมาก็คือเริ่มฝึกครับ วันที่ 2 นี้จะมีกา่รฝึกทั้งหมด 4 สถานีครับ (พก Baby Wipe ติดตัวไว้้ด้วยนะครับได้ใช้แน่ๆ) คือ สถานีหมอบคลานกลิ้ง (ผมจำชื่อไม่ได้ขออภัย) ก็คือให้วิ่ง โผ หมอบ คลานสูง คลานต่ำีทีละคนแต่ทำเป็นหมู่ครับ ถ้าเพื่อนร่วมหมู่ทำไม่ดีก็ซวยไปครับ replay รัวๆ อันนี้ผมเจออันแรกเลย

ต่อมาเป็นสถานีที่ชิวที่สุดของวันนั่นคือ สถานีจัดแถว (จำชื่อไม่ได้อีกน่ะแหละ) ก็คือให้จัดเป็นสามเหลี่ยมตามภูมิประเทศอะไรว่าไปก็ทำๆตามที่ทหารมันสั่งๆน่ะแหละครับ จากนั้นก็เป็นกินข้าว พักเรื่อยๆ พักค่อนข้างนานอยู่ครับ

สุดท้ายที่ผมเจอก่อนเข้าช่วงกลางคืนคือสถานีัสมรภูมิรบครับ สถานีนี้เร้าใจและโหดที่สุดของการเข้าค่ายครั้งนี้ครับ มีเสียงประกอบ (เป็นระเบิดจริงๆ) ด้วย ก็จะมีให้วิ่ง หมอบ คลานสูง คลานต่ำ (คล้ายๆเดิมแหละครับแต่จำลองเป็นสนามรบ) ตีมอน เก็บเวล แล้วก็ปราบ Last Boss ครับคือลอดลวดหนาม สถานีนี้ออกมาแล้วจะหมดสภาพครับเหมาะตัวจะเปลี่ยนสีผลิตฝุ่นได้ จุดบริการความสดชื่นมีไว้หลอกขายเกือบทุกสถานีครับ

ลำดับการเข้าสถานีอาจจะไม่เหมือนนะครับแ้ล้วแต่กองร้อยที่คุณอยู่ มีเพื่อนผมซวยๆเจอแบบเข้าสถานีสมรภูมิติดกับสถานีหมอบคลาน อนาถเลยครับ ต่อมาก็จะเป็นช่วงกลางคืนก็ฝึกบุคคลทำการรบกลางคืน ไม่มีอะไรมากครับแค่ฟังทหารบ่นแล้วก็ไปเข้าฐานทดสอบความกล้า แต่ผลัดผมทหารพาเกรียนครับล้วงไหคนเดียวแล้วก็เดินกลับกองพันเลย

กลับมาก็คือหมดการฝึกของวันครับ (ประมาณสองทุ่ม) มีฟังบ่น กินข้าว พัก ทำธุระส่วนตัว วันนี้ผมโดนสั่งหมอบในห้องน้ำด้วยครับเพราะอาบน้ำกันเสียงดังเกินไป ระวังให้ดีเน้อ จากนั้นก็จะเป็นเรียกรวมแล้ว อาจจะมีทำโทษตามเรื่องราวแล้วก็หมด เข้านอนครับ นอนก็เหมือนเดิมคือนอนจริงๆ ตอนแรกกะจะเปลี่ยบนชุดไว้เลยครับแต่ีไม่ทันเพราะโดนบังคับให้นอน ทำให้ต้องหันมาปลุกตัวเองแต่เช้าแทน

วันที่ 3

วันที่ 3 เหมือนจะสิ้นสุดความเลวร้ายแล้วครับ…เปล่าเลย ตื่นตี 5 เหมือนเดิมครับ (แต่ผมตั้งปลุกไว้ตั้งแต่ตี 4 เพราะจะลุกขึ้นมาจัดของ) รวมช้ากว่าเดิมนิดหน่อย เว้นระยะเวลาให้เก็บของทั้งหมดให้เรียบร้อย รวมหลังจากนี้คือเต็นท์ต้องสะอาดแล้วครับ ถ้าเป็นคนเก็บของช้าเหมือนพบแนะนำตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นเช้าๆเถอะครับ

ตอนเช้ามาไปฝึกต่ออีกราว 2 ชั่วโมงครับกับรายการเดินชมวิวตอนกลางวันผสมหมอบไปด้วย ก็ทำตามที่ครูฝึกนำครับ พอเปิดไซเรนก็หมอบๆๆๆ เจอทางแยกก็ว่ากันไปตามทฤษฎี ขี้เกียจจำครับ จุดนี้จะง่วงมากๆถ่างตาไว้ครับ ผมถ่างตาไว้เพราะไม่อยากโดนพรางกลางคืนครึ่งตัวอย่างที่ครูฝึกขู่ไว้ครับ

พอฝึกจบก็กลับเข้ากองพัน ฟังทหารบ่น เดินไปเดินมาก็จะมีให้กินข้าวในที่สุดครับ ก็ไปกินหรือจะไปร้านค้าก็ได้ครับ แน่นอนว่าผมก็ไปร้านค้าแล้วก็กิน กินเสร็จจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วกลับมารวมพล เมาๆไปสักพักก็ขึ้นรถไปทำพิธีปิดที่ลานร.6 ครับ เอ้อ ก่อนขึ้นรถแนะนำว่าให้ซื้อน้ำเย็นๆไปสักขวดสองขวดติดไปด้วยครับ ไม่ต้องเอาลงจากรถทิ้งไว้ที่เก้าอี้น่ะแหละ เดี๋ยวจะทราบครับว่าทำไม

ลานร.6 คือที่ที่ร้อนโคตรๆ ครับ ลงไปแล้วก็รอให้นศท. อื่นๆมาครบ เสร็จแ้ล้วทำพิธีปิดครับ ทำดีก็ได้กลับเร็วครับ ทำไม่ดีเจอเหมือนผมคือหมอบลงไปกับบล็อกร้อนๆ ตัวย่างเกรียมอร่อยแน่นอนครับรวมถึงอวัยวะตรงหว่างขาด้วย หมอบสลับกับดันพื้นอยู่สักพักก็ไ้ด้ขึ้นรถด้วยความเคียดแ้ค้นครับ พอรถออกไปสักพัก ก็จะพบกับเซอร์ไพรซ์อะเกนเมื่อขึ้นรถแล้วมันมีน้ำขาย! (ผมไม่แน่ใจว่ามีทุกคตันไหมนะครับเลยแนะนำใ็ห้ซื้อน้ำไว้) ผมก็ซื้อน้ำเปล่าไปตามเรื่องครับ

จากนั้นก็หลับครับ Zzz… มาถึงสวนเจ้าเชตุเวลาใกล้ๆสี่โมงครึ่ง (นี่คือเลทแล้วนะครับ) ลงมาจะมีการรวมพลล้อมรอบพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเ้จ้าอยู่หัวครับ ก็มีปฏิญาณสามครั้ง แล้วก็ฟังคำชี้แจงสามข้อ ทนนิดเดียวแล้วก็กลับบ้านครับ ตรงนี้แต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อยนะครับถ้าไม่อยากโดนอยู่ถึงหกโมง

สงสัยเรื่องอื่นๆ ถามทางทวิตเตอร์เอาครับเพราะผิดคิดไม่ออกแล้วว่าจะมีอะไรอีก

อื่นๆ

  • ครูฝึกที่ไปฝึกส่วนมากเป็นครูจากศูนย์ใหญ่ (โรงเรียนรักษาดินแดน วิภาวดี) คุ้นหน้าคุ้นตากันดีครับถ้าเีรียนศูนย์ใหญ่ โรงเรียนผมเจอครูสนิทด้วยเลยสบายวันที่ 3
  • ห้องน้ำไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดถ่ายหนักไม่ได้นะครับ อารมณ์ประมาณปั๊มปตท. สมัยก่อนน่ะ แต่ผมก็ไม่ถ่ายอยู่ดี
  • อยู่โดยไม่อาบน้ำเลยก็ได้ครับ แต่วันที่สองคงจะโหดไปหน่อยถ้าไม่อาบเลยเพราะมันเลอะเยอะมาก
  • อาหารซื้อกินไ้ด้เกือบทุกมื้อครับ ยกเว้นอาหารเที่ยงของวันที่สองเพราะไปกินเขตร้อนระอุ
  • อากาศร้อนสุดๆมีช่วงเดียวคือช่วงบ่ายหลังเที่ยงเล็กน้อยครับ ส่วนหนา่วสุดๆคือช่วงใกล้เช้า
  • มีโอกาสเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ก็จัดการเมื่อนั้นนะครับ อย่าถือว่าไม่ปวดแล้วไม่เข้าเพราะจะลำบากเอาได้ในภายภาคหน้า
  • แท็งก์น้ำเติมๆใส่กระติกไปเถอะครับ แต่ไม่ต้องเติมหมดนะแค่ประมาณครึ่งกระติกก็พอไม่งั้นหนักเปล่าๆครับ (ยังไงก็มีจุดบริการความสดชื่นอยู่แล้วด้วย)
  • จุดบริการความสดชื่นบางจุดจะขายน้ำแพงกว่าปกติ บางจุดราคาึ้ขึ้นๆลงๆ ของมีๆหายๆ ทำใจและใช้ไหวพริบเอานะครับ
  • EST น้ำแดงรสชาติดีกว่า EST โคล่า แต่ดื่มมากรีนสปอตเวิร์คที่สุดแล้วครับ
  • อาจจะโดนขู่ไว้เยอะ แต่ปีสองจริงๆไม่ค่อยมีอะไรเลยครับ ค่ายลูกเสืออาจจะหนักกว่าด้วยซ้ำ (ถ้าไม่นับสภาพอากาศขั้นเทพและฝุ่นระดับตำนานของที่นั่น) แต่ปีสามน่าจะจัดเต็มทั้งจ่านรก เดินทางไกล โดดหอ ยิงปืน
  • หมอบ (?)

ขอให้ทุกคนโชคดีครับ :3

9 thoughts on “เขาชนไก่ปี 2 for Dummies

  1. ขอบคุณมากครับ อ่านไป สนุก เพลิน+ได้ประโยชน์ครับ 555

  2. Things I wish I know before going to เขาชนไก่ | Quietly Verbose

  3. ผมว่า คนเราการเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว มันเป็นเรื่องส่วนตัวนะครับ ห้องน้ำก็น่าจะเข้าได้เวลาที่ปวดหนักนะครับ แล้วถ้าปวดหนักแล้วไปอยู่ในป่าอย่างงี้ก็ต้องขี้ในป่า มันไม่สะดวกเอาจิงๆเลย น่าจะมีห้องน้ำไม่ก็ครูฝึกมีรถพาไปห้องน้ำครับ ต้องมีความเป็นส่วนตัวไว้ด้วยครับเรื่องอย่างงี้ ตอนกลางคืนก็น่าจะออกมาเข้าห้องน้ำได้นะครับ ถ้าคนปวดมากๆแล้วไม่ไหวแล้วเข้าต้องแอบๆเข้ามันก็ไม่ได้ครับ

    • เอ่อ ไม่แน่ใจว่าคุณจะได้มีโอกาสเข้ามาอ่านคอมเมนต์นี้รึเปล่า เพราะผมตอบช้าเหลือเกิน และคุณก็ไม่ได้ใส่อีเมลจริงไว้

      ขอแรงนิดนึง แต่คุณคงไม่คิดว่าตัวเองไปเที่ยวเขาใช่มั้ยครับ ผมไม่ใช่พวกคลั่งชาติ คลั่งรด. แต่การ “ฝึกภาคสนาม” มันก็คือการฝึกทหาร (ถึงจะเป็นแบบอ่อนๆ ก็เถอะ) เอาจริงๆทหารมีไว้ทำอะไร ก็รบใช่มั้ยครับ นั่นแหละครับ เข้าสนามรบจริงไม่มีห้องน้ำบริการครับ มีสองอย่างคือทน กับหัดหาที่ครับ สนามรบก็ไม่มีความเป็นส่วนตัวด้วยครับ

      ทั้งหมดนี้ผมเข้าใจว่าไม่ใช่เพื่อทรมาน (และต่อให้ทรมานก็ไม่ได้มากจนฆ่าคนตายได้ ไม่ได้ทำให้เป็นโรคอะไรร้ายแรงด้วย) แต่เพืีอฝึกความอดทนครับ ถึงผมจะเกลียดแสนเกลียดรด. เพราะเหนื่อย ร้อน น่ารำคาญ แต่ผมไม่สามารถเห็นด้วยกับสิ่งที่พูดมาครับ

  4. แล้วเข็มขัดสนามนี่ใส่ไปเลยมั้ยครับหรือไปใส่ที่นั่น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *